หน้าหลัก
ประวัติช่างกลปทุมวัน
ธุรกิจพี่น้อง
ห้องภาพ
เว็บบอร์ด
ห้องสนทนา
 
 VISANU.COM
 PATUMWAN.COM
 PATUMWAN.NET
 PATUMWAN.ORG
 GOLDGEARCLUB.COM
 GOLDGEAR.NET
 EAST-GOLDGEAR.COM
 GOLDGEAR 49
 GOLDGEAR 50


    เมื่อประเทศไทยเข้าร่วมสนธิสัญญากับฝ่ายพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 1 ในรัชการที่ 6
และได้ส่งกองทัพไปเข้าร่วมรบในยุโรปเมื่อพุทธศักราช 2460 นั้น การเดินทางของทหารไทย
ในสมัยนั้น เดินทางโดยทางเรือรบจากอ่าวไทยไปทางมหาสมุทรอินเดียเข้าทะเลเมดิเตอเรเนียน
และเข้าสู่ทวีปยุโรปเหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่ประเทศไทยตื่นตัวที่จะพัฒนาการทหาร
ให้ทำหน้าที่ปกป้องอาณาเขตทางทะเลให้มั่นคงด้วยประเทศไทยมีฝั่งทะเลที่ี่ยาวจากทิศตะวันออก
ลงไปสู่ภาคใต้ และฝั่งทะเลทางด้านทางด้านตะวันตกซึ่งยาวกว่าหลายพันไมล์ ได้รับงบประมาณ
สั่งซื้อเรือรบที่ขับเครื่องด้วยเครื่องจักรจากต่างประเทศเข้ามาใช้ในราชการ เครื่องจักรกลของเรือ
นี้เองเป็นที่มาของคำว่า "ช่างกล" เรือรบที่สั่งซื้อจากยุโรปจำเป็นจะต้องศึกษาวิธีใช้วิธีซ่อมบำรุง
รักษาเครื่องจักรกลที่ประจำเรือ เป็นหน้าที่สำคัญของทหารที่ประจำเรือ การศึกษาวิธีใช้เครื่องกล
เรือของทหารเรือสมัยนั้น ช่วงแรกๆ ค่อนข้างจะเสียเปรียบประเทศผู้ขายอย่างยิ่งเพราะจะส่งช่าง
มาสอนให้โดยเฉพาะ หรือมิฉะนั้นฝ่ายไทยก็ส่งทหารไปศึกษายังประเทศที่สั่งซื้อโดยตรง ซึ่งเป็น
การให้ความรู้เฉพาะบางส่วนที่จำเป็นกับการใช้งานเท่านั้น นอกนั้นถือเป็นความลับที่ไม่มีการ
เปิดเผยความรู้ให้และเมื่อเครื่องจักรกลมีปัญหาหรือขัดข้องก็ต้องใช้ช่างจากประเทศสั่งซื้อมาดูแล
แก้ไขหรือซ่อมบำรุงรักษา เป็นการเสียงบประมาณสูง และเสียเสียเวลานานในการรอคอยช่าง
กว่าจะเดินทางมาถึงเมืองไทยด้วย อย่างไรก็ตามกองทัพเรือได้มีโรงเรียนนายเรือสอนหลักสูตร
วิศวกรรมเครื่องเรือกล มีชื่อเฉพาะเรียกว่า"แผนกพรรคกะลิน" มาตั้งแต่รัชการพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เปิดสอนมาจนถึงพุทธศักราช 2474 แผนกพรรคกะสินจึงยุบการ
สอนเสีย
      นายเรือเอกทิพย์ ประสานสุข ร.น. ตำแหน่งกองช่างตรวจเรือกรมเจ้าท่า ได้เล่าไว้ว่า
ในบทความ "บันทึกจากอดีตช่างกล โรงเรียนช่างกลเกิดขึ้นได้อย่างไร" ว่า "พุทธศักราช 2474
เป็นเวลาที่มีผู้อำนาจในวงราชการอาจเห็นว่าโรงเรียนนายเรือพรรคกะสินจะไม่มีประโยชน์หรือ
มีประโยชน์น้อยไปไม่ทราบ ท่านจึงได้สั่งให้ยุบเลิกโรงเรียนนายเรือแผนกพรรคกะสินเสีย
คงเหลือไว้แต่โรงเรียนนายเรือแผนกพรรคนาวินเท่านั้น ฉะนั้นนายทหารเรือฝ่ายพรรคกะสิน
รุ่นปี 2473 จึงเป็นนายทหารรุ่นสุดท้ายที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือแผนกพรรคกะสิน
เมื่อผลปรากฎเช่นนี้วิชาอาชีพฝ่ายช่างในเมืองไทยย่อมร่อยหรอหมดสิ้นไปทีละน้อยๆ เพราะการ
เรียนฝ่ายช่าง ที่พอจะเป็นที่เชื่อถือได้ในเวลานั้น ไม่มีโรงเรียนช่างที่ไหนดีไปกว่าที่นี่" เนื่องมาจากเหตุผลดังกล่าว
อ่านหน้าต่อไป


[1] | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10