ท่านนาวาเอก พระประกอบกลกิจ (เจ๋อ จันทรเวคิน) ขณะนั้นมียศเป็นนาวาตรีหลวง
ประกอบกลกิจ และดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ โรงเรียนนายเรือแผนกพรรคกะสิน และโรงเรียน
นายทหารเรือชั้นสูงแผนกพรรคกะสินเกิดความรู้สึกห่วงใยว่าเรื่องวิชาช่างจะไม่เจริญก้าวหน้าต่อ
ไปในกาลข้างหน้า ท่านจึงเรียกข้าพเจ้าพร้อมด้วยพลเรือตรีสงบ จรูญพร ร.น. ซึ่งขณะนั้น ต่างก็มี
ียศเป็นเรือโทในฐานะเป็นศิษย์ของท่าน ไปพบและชี้แจงว่าท่านมีความประสงค์แรงกล้าจะจัดตั้ง
โรงเรียนอาชีพช่างกล ความประสงค์เพื่อที่จะได้แก้ปัญหาดังต่อไปนี้
1. เพื่อเป็นการสนับสนุนให้อาชีพทางการช่างของเมืองไทยดำรงอยู่
2. เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรดานายทหารกองทุน ซึ่งได้พ้นจากหน้าที่ราชการไปแล้ว ให้ได้มาเป็น
ครูและทำการอบรมศิษย์ช่างกลต่อไป
3. เพื่อเป็นการแก้ปัญหาในเรื่องโรงงานต่าง ๆ ซึ่งในขณะนั้นบรรดาคนงานซึ่งได้ ปฏิบัติงานอยู่ตาม
แผนกช่างต่างๆ ของโรงงานกรมอู่ทหารเรือ คนงานส่วนมากล้วนแต่เป็นชาวต่างชาติทั้งสิ้น ทั้งๆที่
โรงงานนี้เป็นโรงงานของรัฐบาล ท่านให้เหตุผลว่าถ้าหากเรามีแต่เฉพาะนายช่างอย่างเดียวเท่านั้น
กิจการฝ่ายช่างก็จะดำเนินไปด้วยดีไม่ได้นายช่างเมื่อเปรียบเทียบกับร่างกายก็เท่ากับมันสมอง แต่ถ้า
ส่วนอวัยวะต่างๆไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของมันสมองแล้วก็ไร้ประโยชน์การที่ท่านจะคิดสร้างโรงเรียน
อาชีพช่างกลขึ้นมาก็เพื่อจะได้ให้ช่างกลคั่นกลางเพื่อได้มาประกอบเป็นอวัยวะในเมื่อสำเร็จการ
ศึกษาแล้วร่างกายนั้นจึงจะจัดได้ว่าสมบูรณ์ทุกประการ
4. เพื่อให้ชาวไทยได้รู้จักรักวิชาชีพ ท่านจึงได้กำหนดวิชาที่จะอบรมศิษย์โดยวิธีถอด แบบอย่างของ
การศึกษาในโรงเรียนนายเรือแผนกพรรคกะสิน มาจัดตั้งหลักสูตรการสอนโดยมีการศึกษาวิชา
ทางตำราในภาคครึ่งวันเช้า ส่วนในภาคบ่ายให้นักเรียนฝึกหัดวิชาการช่างทางภาคปฏิบัติ โดยให้
ได้เข้าฝึกงานในโรงงาน และต้องปฏิบัติงานด้วยฝีมือของตัวเองทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้มีความ
ชำนาญงานและมีความอดทนและไม่ต้องกลัวต่อความสกปรกโสมม โดยให้อบรมงานในแผนกช่าง
10 ประเภท ตามลำดับความสำคัญ คือ
1. ช่างตีเหล็ก |
2. ช่างตะไบ |
3. ช่างบัดกรีและประสาน |
4. ช่างปรับ |
5. ช่างยนต์ |
ุ6. ช่างไฟฟ้า |
7. ช่างกลึง |
8. ช่างหล่อ |
9. ช่างเดินเครื่องจักร |
10. ช่างออกแบบ |