หน้าหลัก
ประวัติช่างกลปทุมวัน
ธุรกิจพี่น้อง
ห้องภาพ
เว็บบอร์ด
ห้องสนทนา
 
 VISANU.COM
 PATUMWAN.COM
 PATUMWAN.NET
 PATUMWAN.ORG
 GOLDGEARCLUB.COM
 GOLDGEAR.NET
 EAST-GOLDGEAR.COM
 GOLDGEAR 49
 GOLDGEAR 50



































วิทยาลัยช่างกลปทุมวัน

พ.ศ. 2517 กระทรวงศึกษาธิการให้ยกฐานะโรงเรียนช่างกลปทุมวันเป็น วิทยาลัยช่างกลปทุมวัน
และเปิดสอนในระดับที่สูงขึ้น คือเปิดสอนในระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง (ปวส)
ครั้งแรก เปิดสอนระดับ ปวช. ตามปกติ อีก 3 ปีต่อมา พ.ศ. 2519 ก็ทำการเปิดสอนในระดับ
ปวส เพิ่มอีก 2 แผนกวิชา คือ ช่างกลโรงงาน และช่างโลหะแผ่น

วิทยาลัยช่างปทุมวันมีการพัฒนามาเป็นลำดับ และในปีพศ. 2524 กระทรวงศึกษาธิการได้เล็ง
เห็นว่า วิทยาลัยช่างปทุมวันเป็นสถานศึกษาแหล่งรวมความรู้ทางด้านชางชั้นสุงสมควรพัฒนา
ระดับการศึกษาให้สูงขึ้น เพื่อเป็นแกนนำของการพัฒนาด้านวิชาชีพ จึงให้วิทยาลัยช่างกลปทุมวัน
ทำการสอนเฉพาะหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง แต่เพียงหลักสูตรเดียว

ยุคแห่งโลกาภิวัตน์

ในช่วงปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา กระทรวงศึกษาธิการ กรมอาชีวศึกษาหลายแห่งต้องประสบ
ปัญหาการขาดแคลนครู-อาจารย์ผู้ทำการสอนเป็นจำนวนมาก ในสถานศึกษาหลายแห่งสถาน
ศึกษาที่กล่าวในที่นี้คือสถานที่เปิดสอนหลักสูตรด้านช่างเหมือนกับวิทยาลัยช่างกลปทุมวันซึ่ง
กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยมีชื่อนำว่าวิทยาลัยเทคนิค และตามหลังด้วยชื่อจังหวัด เช่น วิทยาลัย
เทคนิคเชียงใหม่ เป็นต้น จำเป็นต้องจ้างครู-อาจารย์จ้างสอนเป็นจำนวนมาก ปัญหามาจาก
ข้าราชการครูจำนวนหนึ่งลาออกไปทำงานในภาคเอกชน กรมอาชีวศึกษาให้วิทยาลัยช่างกล
ปทุมวันเป็นผู้แก้ไขปัญหานี้ โดยวิทยาลัยช่างกลปทุมวันผลิตกำลังบุคลากรขึ้นมาทดแทน
ทำการเปิดสอนในหลักสูตรประกาศนียบัตรเทคนิคครูชั้นสูง ใช้ชื่อย่อว่า ปทส. (เป็นหลักสูตร
ที่เทียบเท่าปริญญาตรี เคยเปิดสอนมาสมัยหนึ่งก่อนที่จะมีหลักสูตรปริญญาตรีที่สถาบันเทคโนโลย
ีพระจอมเกล้า ธนบุรี ใช้เวลาเรียน 3 ปี เมื่อจบหลักสูตรจะได้รับอัตราเงินเดือนสูงกว่า
ปริญญาตรี 1 ขั้น ต่อมาได้หันไปเปิดหลักสูตาปริญญาตรีแทน) วิทยาลัยช่างกลปทุมวันนำ
หลักสูตรดังกล่าวมาพัฒนานำให้ตรงกับความต้องการ และเปิดสอนเป็นครั้งแรกเมื่อ
พ.ศ. 2533 ใช้เวลาในการศึกษา 2 ปี โดยผู้เรียนจะต้องมีพื้นความรู้โดยสำเร็จหลักสูตร
ประกาศนียบัตรงวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มาแล้ว หลักสูตร ปทส. เป็นหลักสูตรเทียบเท่า
ปริญญาตรี ได้รับอนุญาตให้ใช้เปิดสอนโดยได้การยอมรับจากกระทรวงศึกษาธิการ ทบวง
มหาวิทยาลัย และคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน กพ. ได้ตีค่าเงินเดือนให้เทียบเท่า
ปริญญาตรีและในปีเดียวกันนี้ยังได้สนองตอบต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและหน่วย
งานราชการที่ต้องการผู้ที่มีความรู้ทางด้านพลังงาน ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต และ
เป็นการขยายการศึกษาอีกด้วย เปิดทำการสอนสาขาวิชาเทคนิคเคมีอุตสาหกรรม รับนักศึกษา
ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปีที่ 6 เข้าศึกษาต่อ 2 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาได้วุฒิประกาศนียบัตร
วิชาชีพเทคนิค (ปวท.) เปิดทำการสอนได้ 1 รุ่น ประสบปัญหาขาดแคลนครูผู้สอน จึงแก้ปัญหา
โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำนักศึกษาที่จบการศึกษาตามหลักสูตรดังกล่าว เข้า
ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี (เป็นนักศึกษาทุน)พ.ศ. 2535 ได้มีนักศึกษาสำเร็จการศึกษา
ระดับเทียบเท่าปริญญาตรี หรือหลักสูตรประกาศนียบัตรเทคนิคครูชั้นสูงจำนวน 70 คน และ
ได้รับการบรรจุเข้าเป็นข้าราชการครูทั้งหมด ซึ่งสามารถผ่อนเบาปัญหาการขาดแคลนครู อาจารย์
ให้ลดลงตามลำดับ อีกทั้งยังช่วยให้การขยายการศึกษาทางสายอาชีพได้เป็นอย่างมาก โดยที่
กรมอาชีวศึกษาได้เปิดสถานศึกษาใหม่ กระจายสู่ระดับอำเภออีกหลายแห่งใช้ชื่อว่าวิทยาลัยการ
อาชีพและวิทยาลัยสารพัดช่าง (ต่อท้ายด้วยชื่ออำเภอ เช่น สารพัดช่างพระนคร เป็นต้น) ส่งผลดี
ต่อการยกระดับการศึกษาของไทยในปี พ.ศ. 2535 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) มีวัตถุประสงค์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมข้อหนึ่งความว่า "ปรับปรุงและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และมาตรฐานการครองชีพให้สูงขึ้น" กระทรวงศึกษาธิการ
จึงได้มอบนโยบายสนองต่อแผนพัมนาเศรษฐกิจให้วิทยาลัยนำไปขยายผล ในฐานะที่เป็นสถาน
ศึกษาแนวหน้า วิทยาลัยช่างกลปทุมวันซึ่งเป็นสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษา
ธิการมีหน้าที่ผลิตกำลังคนเข้าสู่ตลาดแรงงานอุตสาหกรรม ได้รับงบประมาณจำกัด ไม่สามารถ
จะจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์การศึกษาที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ในระดับสูง จึงได้ดำเนิน
การจัดทำโครงการขอความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์การศึกษาแบบให้เปล่าจากประเทศญี่ปุ่น โดย
รัฐบาลญี่ปุ่นได้ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญ มาศึกษาสำรวจข้อมูลความเป็นไปได้ของโครงการ ณ วิทยาลัย
ช่างกลปทุมวันเมื่อเดือนมีนาคม และเดือนกันยายน 2534 จากการสำรวจดังกล่าวรัฐบาลญี่ปุ่นได
้อนุมัติให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า ด้านเครื่องมือและอุปกรณ์การศึกษา ซึ่งมีมูลค่า 123.6
ล้านบาท ในปีเดียวกันนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้มอบงบประมาณให้กับวิทยาลัยจำนวนหนึ่ง เพื่อ
จัดสร้างอาคารปฏิบัติการ 6 ชั้น จำนวน 36 ห้อง ขึ้น 1 หลัง เพื่อรองรับเครื่องมือและอุปกรณ์ที่
ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่นนอกจากนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นยังให้การสนับสนุนทางด้านวิชาการ
แก่วิทยาลัยช่างกลปทุมวัน (Technical Coperation) สนับสนุนให้เปิดสาขาวิชาวิศวกรรม
เมคคาทรอนิกส์ เป็นหลักสูตรปริญญาตรี ซึ่งเปิดเป็นแห่งแรกในเมืองไทย ได้มีการลงนามสัญญา
ให้ความช่วยเหลือดังกล่าวเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2536 โดยเล็กเห็นว่า สาขาวิชาดังกล่าวเป็น
วิทยาการสมัยใหม่ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ศึกษาทางด้านวิศวกรรมที่มีการผสมผสาน
ความรู้เข้าไว้ด้วยกัน ทางด้านวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรม ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เข้าด้วยกัน
(Mechanics + Electronics = Mechatronics) และเป็นการนำเอาวิทยาศาสตร์ทางด้าน
คอมพิวเตอร์เข้ามาควบคุมการทำงานของระบบ หรือ ที่เรียกกันว่า "ระบบโรงงาน อัตโนมัต
ิ" Factory Automation System หมายถึง โรงงานที่มีความเป็นอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์แบบ ในด้านทำงานระหว่างคนกับเครื่องจักรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด รับนักศึกษา
ครั้งแรกเมื่อปีการศึกษา 2537 และจะสำเร็จการศึกษาเป็นรุ่นแรกในปีการศึกษา 2540

อ่านหน้าต่อไป


1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | [8] | 9 | 10